5 วิธีดูแลไก่ชนหน้าร้อน เทียบผล
การดูแลไก่ชนหน้าร้อนต้องเริ่มก่อนอากาศร้อนจัด ไม่ใช่รอให้ไก่หอบ กางปีก หรือซึมแล้วค่อยแก้ เพราะอุณหภูมิในเล้าที่สูงกว่า 35 องศาเซลเซียสทำให้ไก่กินอาหารลดลง สูญเสียน้ำมากขึ้น และฟื้นตัวจากการฝึกช้าลง ส...
5 วิธีดูแลไก่ชนหน้าร้อน เทียบผล
การดูแลไก่ชนหน้าร้อนต้องเริ่มก่อนอากาศร้อนจัด ไม่ใช่รอให้ไก่หอบ กางปีก หรือซึมแล้วค่อยแก้ เพราะอุณหภูมิในเล้าที่สูงกว่า 35 องศาเซลเซียสทำให้ไก่กินอาหารลดลง สูญเสียน้ำมากขึ้น และฟื้นตัวจากการฝึกช้าลง สนามไก่ชนแนะนำให้ตรวจน้ำ ร่มเงา ลมถ่ายเท และพฤติกรรมไก่ทุกวัน โดยเฉพาะช่วง 11.00–16.00 น. หากพบหอบหนัก เดินเซ หรือหมดแรง ให้ย้ายไก่ไปพื้นที่เย็นและติดต่อสัตวแพทย์ทันที
ไก่ชนควรได้รับการจัดการความร้อนผ่าน 5 จุดหลัก ได้แก่ น้ำสะอาด อากาศถ่ายเท ร่มเงา อาหารที่เหมาะสม และการลดกิจกรรมช่วงแดดแรง ทั้งโรงเรือนเปิดและคอกพักในประเทศไทยต้องระวังอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส เพราะไก่ไม่มีต่อมเหงื่อเหมือนมนุษย์ และอุณหภูมิร่างกายไก่อยู่ราว 41.2 องศาเซลเซียส เมื่อร้อน ไก่จะหอบเพื่อระบายความร้อน กินอาหารน้อยลง แต่น้ำอาจเพิ่มจากอัตราปกติประมาณ 1.8–2 เท่าเป็นมากกว่า 2.6 เท่า สนามไก่ชนจึงควรเน้นน้ำเย็นพอเหมาะ การระบายอากาศ และการพักซ้อมช่วงบ่ายเป็นอันดับแรก ข้อแนะนำที่ทำได้ทันทีคือวางน้ำอย่างน้อยสองจุด ตรวจภาชนะทุกเช้า และบันทึกอาการไก่รายตัว
คุณจะเห็นภาพชัดขึ้นเมื่อวางแผนดูแลไก่ตั้งแต่ก่อนแดดแรง ไม่ใช่รอให้ปัญหาลุกลาม

เปรียบเทียบอะไรบ้างในการดูแลไก่ชนหน้าร้อน?
การเปรียบเทียบนี้พิจารณา 5 วิธี ได้แก่ การจัดน้ำ การระบายอากาศ การทำร่มเงา การปรับอาหาร และการลดการฝึกช่วงอากาศร้อน โดยแต่ละวิธีแก้ปัญหาคนละจุดและไม่ควรใช้วิธีใดวิธีหนึ่งแทนทั้งหมด แนวทางจาก กรมปศุสัตว์ ให้ความสำคัญกับน้ำสะอาด สุขอนามัย และการสังเกตอาการสัตว์ ขณะที่ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ อธิบายว่าความร้อนกระทบการกินอาหาร การเจริญเติบโต และภูมิคุ้มกันของสัตว์ปีกโดยตรง
| วิธีดูแล | ผลที่คาดหวัง | จุดต้องระวัง |
|---|---|---|
| น้ำสะอาดหลายจุด | ลดโอกาสขาดน้ำ | น้ำสกปรกหรือร้อนเกินไป |
| พัดลมและช่องลม | ช่วยระบายความร้อน | ลมแรงปะทะตัวตลอดเวลา |
| หลังคาสองชั้นและผ้าใบ | ลดความร้อนจากแสงแดด | ปิดทางลมจนอบอ้าว |
| ปรับอาหารและเวลาให้อาหาร | ลดภาระการย่อยช่วงบ่าย | ให้อาหารเสริมมากเกินจำเป็น |
| งดซ้อมแดดจัด | ลดความเครียดและอ่อนล้า | หยุดกิจกรรมจนกล้ามเนื้อเสียสภาพ |
ความผิดพลาดที่เห็นบ่อยคือการติดพัดลมแรงมาก แต่ปล่อยให้หลังคาสังกะสีสะสมความร้อน หรือพ่นน้ำจนพื้นแฉะและกลายเป็นแหล่งเชื้อโรค แบบนั้นไม่ใช่การแก้ปัญหา เป็นการย้ายปัญหาไปไว้ใต้พรมเท่านั้น ควรอ่าน คู่มือจัดโรงเรือนไก่ชนสำหรับมือใหม่ ควบคู่กับการวางแผน เพราะตำแหน่งคอก ทิศทางลม และชนิดหลังคามีผลมากกว่าการซื้ออุปกรณ์ราคาแพงอย่างเดียว
การจัดเตรียมและความรู้สึกแรกเริ่มควรเป็นอย่างไร?
ก่อนเริ่มฤดูร้อน ให้ตรวจหลังคา ช่องลม พื้นคอก ภาชนะน้ำ และสภาพร่างกายไก่เป็นชุดเดียวกัน เพราะปัญหาความร้อนไม่ได้เกิดจากอุณหภูมิอย่างเดียว ความชื้น ความหนาแน่นของไก่ และพื้นเปียกทำให้ไก่รู้สึกร้อนกว่าตัวเลขบนเทอร์โมมิเตอร์ได้ การตรวจควรทำตอนเช้าและช่วงบ่ายเพื่อเห็นความแตกต่างจริง ไม่ใช่ตรวจครั้งเดียวตอนอากาศสบายแล้วคิดว่าทุกอย่างเรียบร้อย
เริ่มจากวัดอุณหภูมิระดับตัวไก่ ไม่ใช่แขวนเครื่องวัดไว้สูงใต้หลังคา หากคอกเปิดรับแดดโดยตรง ให้ทำหลังคาชั้นสองด้วยวัสดุที่กันความร้อนและเว้นช่องอากาศระหว่างหลังคา พัดลมควรช่วยดึงอากาศร้อนออกหรือสร้างลมหมุนเวียน ไม่ควรเป่าจ่อไก่ตัวเดิมตลอดเวลา ส่วนหัวพ่นหมอกใช้ได้เฉพาะพื้นที่ที่มีการถ่ายเทอากาศดี เพราะละอองน้ำในคอกอับอาจเพิ่มความชื้นและทำให้พื้นสกปรกเร็วขึ้น
แนวทางเตรียมคอกที่เป็นระบบมีดังนี้
- ล้างและขัดภาชนะน้ำทุกวัน พร้อมเติมน้ำใหม่ก่อนช่วงแดดแรง
- ตรวจตาข่าย ผ้าใบ และหลังคาไม่ให้ขวางทางลมธรรมชาติ
- แยกไก่ที่มีอาการซึม หอบ หรือกินอาหารลดลงเพื่อเฝ้าดู
- ย้ายการปล้ำ การวิ่งล่อ และการฝึกหนักไปช่วงเช้าตรู่
- บันทึกอุณหภูมิ น้ำหนัก การกินน้ำ และลักษณะมูลเป็นรายตัว
งานดูแลไก่ชนที่ดีไม่ควรพึ่งความรู้สึกว่า “น่าจะไหว” เพราะคำนี้มักมีราคาแพงกว่าที่คิด สนามไก่ชนสามารถใช้ ตารางติดตามสุขภาพไก่ชนรายวัน เพื่อจับความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยังไม่รุนแรง โดยเฉพาะไก่ที่มีน้ำหนักมาก ไก่อายุมาก หรือไก่ที่เพิ่งผ่านการฝึกหนัก
สัญญาณที่ต้องหยุดกิจกรรมทันที
- หอบเร็วต่อเนื่องแม้อยู่ในร่ม
- กางปีก หมอบ หรือยืนแยกขาเพื่อถ่ายเทความร้อน
- เดินเซ คอพับ ตาปรือ หรือไม่ตอบสนอง
- ดื่มน้ำมากผิดปกติ แต่มูลเหลวมาก
- หงอนซีด ตัวร้อนจัด หรือหมดแรงกะทันหัน
การเฝ้าดูสัญญาณเหล่านี้สำคัญกว่าการยึดตัวเลขอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว เพราะไก่แต่ละตัวทนความร้อนได้ไม่เท่ากัน
วิธีใดรับมือความร้อนได้ดี และเหมาะกับไก่ชน?
น้ำสะอาดหลายจุด การระบายอากาศ และร่มเงาที่ไม่ปิดทางลมเป็นวิธีพื้นฐานที่ให้ผลสม่ำเสมอที่สุด โดยควรใช้น้ำอุณหภูมิพอเหมาะประมาณ 20–25 องศาเซลเซียสและตรวจภาชนะช่วงเช้า บ่าย และก่อนค่ำ หากไก่หอบหรือดื่มน้ำเพิ่ม ให้ลดกิจกรรมทันที ไม่ควรฝืนฝึกเพื่อรักษาตารางเดิม เพราะความร้อนทำให้หัวใจและกล้ามเนื้อทำงานหนักกว่าปกติ
น้ำต้องมาก่อนอาหารเสริมเสมอ ไก่อาจใช้น้ำมากกว่า 2.6 เท่าของอาหารที่กินเมื่ออากาศร้อน ดังนั้นภาชนะที่เล็กเกินไปหรือมีเพียงจุดเดียวคือกับดักชัด ๆ ควรตั้งน้ำในจุดร่มและห่างจากมูล เปลี่ยนน้ำเมื่อมีเศษอาหารหรือเมือกลอยอยู่ และอย่าวางน้ำติดผนังที่รับแดดโดยตรง การเติมเกลือแร่หรือวิตามินควรใช้ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์และฉลากผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ผสมเข้มข้นตามความเชื่อ เพราะอาจทำให้ไก่กินน้ำน้อยลงหรือเกิดความไม่สมดุลของแร่ธาตุ
อาหารควรแบ่งให้ในช่วงเช้าและเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่อากาศเย็นกว่า ลดการให้อาหารมื้อใหญ่ช่วง 12.00–15.00 น. และเลือกสูตรที่เหมาะกับวัยและกิจกรรมของไก่ การเพิ่มโปรตีนหรืออาหารเสริมแบบฉับพลันก่อนการแข่งขันอาจเพิ่มภาระการย่อยและทำให้ไก่ร้อนขึ้น ไม่ได้ทำให้แข็งแรงทันทีอย่างที่โฆษณาชวนฝันบางแห่งพยายามขาย ไก่ที่กินลดลงควรประเมินน้ำหนัก มูล และอาการร่วมกันก่อนเปลี่ยนสูตรอาหาร
หากต้องการจัดตารางน้ำและอาหารให้แม่นขึ้น ให้ดู หลักโภชนาการไก่ชนเพื่อพลังงานและการฟื้นตัว และอ้างอิง คู่มือสัตวแพทย์เมอร์ค ซึ่งระบุหลักการสำคัญว่า “ไก่ไม่มีต่อมเหงื่อสำหรับระบายความร้อน” จึงต้องพึ่งการหอบ การไหลเวียนอากาศ และการจัดการจากผู้เลี้ยงเป็นหลัก
เนื้อหานี้ช่วยให้คุณวางระบบดูแลแบบไม่ต้องเดาสุ่มได้มากขึ้น
จุดไหนยังมีข้อจำกัดและความเสี่ยง?
การพ่นหมอกไม่ได้เหมาะกับทุกคอก พัดลมไม่ได้ลดอุณหภูมิจริงเสมอไป และน้ำเย็นจัดก็ไม่ได้ปลอดภัยกว่าเสมอ แนวทางเหล่านี้ช่วยได้เมื่อใช้ร่วมกับการถ่ายเทอากาศ แต่ถ้าคอกปิด อับชื้น หรือมีไก่อยู่หนาแน่น การเพิ่มละอองน้ำอาจทำให้ความชื้นสูงจนไก่ระบายความร้อนได้ยากกว่าเดิม นี่คือจุดที่หลายคนมองข้าม แล้วสงสัยว่าทำไมเปิดอุปกรณ์ครบแต่ไก่ยังหอบเหมือนเดิม
หลังคาสังกะสีที่รับแดดตั้งแต่สายถึงบ่ายอาจแผ่ความร้อนลงคอก แม้พื้นอากาศจะดูไม่ร้อนมาก การทำหลังคาสองชั้นหรือใช้ฉนวนจึงมักคุ้มกว่าการเพิ่มพัดลมอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ผ้าใบที่ปิดรอบคอกจนลมไม่เข้าอาจทำให้เกิดความร้อนสะสม ส่วนการรดน้ำพื้นมากเกินไปทำให้เกิดโคลน เชื้อรา และกลิ่นแอมโมเนียจากมูลไก่ ซึ่งกระทบระบบหายใจและสุขอนามัย
ข้อจำกัดสำคัญที่ควรจำมีดังนี้
- พัดลมช่วยเคลื่อนอากาศ แต่ไม่ทดแทนน้ำและร่มเงา
- หัวพ่นหมอกต้องใช้กับคอกที่ลมผ่านได้ดี
- น้ำแข็งไม่จำเป็นต่อการดูแล และอาจทำให้น้ำปนเปื้อนเร็ว
- อาหารเสริมไม่สามารถชดเชยการขาดน้ำหรือการพักผ่อนไม่พอ
- การฝึกช่วงบ่ายทำให้ความเสี่ยงสูงขึ้น แม้ฝึกเพียงไม่นาน
- ไก่อ้วน ไก่ป่วย และไก่หลังออกกำลังหนักต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
หากพบไก่ล้ม หมดสติ หายใจผิดปกติ หรือมีอาการชัก อย่าฝืนป้อนน้ำหรือยาทางปาก เพราะอาจสำลัก ควรย้ายไปพื้นที่อากาศถ่ายเท ลดสิ่งกระตุ้น และติดต่อสัตวแพทย์หรือสำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที การแก้แบบภูมิปัญญาที่ไม่รู้ขนาดยาอาจเปลี่ยนเหตุฉุกเฉินให้กลายเป็นความเสียหายถาวรได้

คุ้มไหมที่จะใช้แนวทางนี้ตลอดหน้าร้อน?
คุ้มค่าเมื่อใช้การจัดการพื้นฐานก่อนซื้ออุปกรณ์ราคาแพง เพราะน้ำสะอาด ร่มเงา ช่องลม และการลดฝึกช่วงบ่ายลดความเสี่ยงได้ตรงจุดกว่าการพึ่งอาหารเสริมเพียงอย่างเดียว แนวทางที่เหมาะที่สุดคือใช้หลายวิธีร่วมกัน แล้ววัดผลจากพฤติกรรม การกินน้ำ น้ำหนัก และมูลของไก่ ไม่ใช่ตัดสินจากความรู้สึกหรืออุปกรณ์ที่ดูทันสมัย
สำหรับคอกขนาดเล็ก ให้เริ่มจากหลังคาสองชั้น ตำแหน่งน้ำสองจุด และตารางตรวจช่วง 11.00–16.00 น. หากยังพบหอบต่อเนื่อง ให้เพิ่มพัดลมที่ช่วยดึงอากาศออกและปรับทิศทางคอกก่อนติดหัวพ่นหมอก สำหรับโรงเรือนขนาดใหญ่ ควรติดเครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นหลายตำแหน่ง รวมถึงมีไฟสำรองหรือแผนฉุกเฉินกรณีพัดลมหยุด เพราะระบบระบายอากาศเสียเพียงไม่กี่ชั่วโมงในช่วงบ่ายก็สร้างความเสียหายได้
เกณฑ์ประเมินที่ใช้งานได้จริง ได้แก่
- ไก่กลับมากินอาหารในช่วงเช้าหรือเย็นตามปกติ
- อัตราการดื่มน้ำไม่เพิ่มขึ้นผิดปกติหลายวันติดต่อกัน
- ไม่มีไก่หอบหรือกางปีกต่อเนื่องหลังย้ายเข้าร่ม
- มูลไม่เหลวผิดปกติจากการดื่มน้ำมาก
- น้ำหนักและความกระฉับกระเฉงไม่ลดลงหลังปรับตารางฝึก
ข้อมูลจาก องค์การอนามัยสัตว์โลก สนับสนุนหลักการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ลดความทุกข์ทรมาน และเฝ้าระวังอาการป่วยตั้งแต่ต้น การดูแลไก่ชนหน้าร้อนจึงไม่ใช่แค่ทำให้ไก่พร้อมสำหรับกิจกรรม แต่ต้องทำให้ไก่ปลอดภัย แข็งแรง และฟื้นตัวได้โดยไม่ถูกฝืนเกินสภาพร่างกาย
ท้ายที่สุด สนามไก่ชนควรใช้บันทึกประจำวันเป็นหลักฐานประกอบการตัดสินใจ อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียสอาจเป็นเพียงตัวเลข แต่ไก่ที่หอบ กินน้ำน้อย หรือเดินเซกำลังบอกว่าต้องหยุดแล้ว อย่ารอให้มีการตายช่วงบ่ายค่อยยอมรับว่าคอกมีปัญหา เพราะนั่นคือการเรียนรู้ที่แพงและไม่จำเป็น
เมื่อพร้อมแล้ว ให้ใช้เช็กลิสต์นี้ตรวจคอกก่อนเริ่มวันร้อนจัด
เช็กลิสต์ดูแลไก่ชนหน้าร้อนแบบสั้น
- น้ำสะอาดและภาชนะสะอาดอย่างน้อยสองจุด
- หลังคามีร่มเงาและไม่กักความร้อน
- ช่องลมไม่ถูกปิดด้วยผ้าใบหรืออุปกรณ์
- พัดลมทำงานและไม่เป่าจ่อไก่ตัวเดิม
- งดฝึกหนักช่วง 11.00–16.00 น.
- ตรวจหอบ กางปีก ซึม เดินเซ และมูลเหลว
- บันทึกการกินน้ำ อาหาร น้ำหนัก และอุณหภูมิ
- ติดต่อสัตวแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรงหรือหมดสติ

คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ภาวะเครียดจากความร้อนในไก่ชนคืออะไร?
ตอบ: ภาวะเครียดจากความร้อนคือภาวะที่ไก่ระบายความร้อนไม่ทันจนร่างกายทำงานผิดปกติ มักเริ่มเห็นจากการหอบ กางปีก หมอบ ซึม และกินอาหารลดลง เมื่ออุณหภูมิในคอกสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไก่ตัวใหญ่หรือไก่ที่เพิ่งฝึกหนัก ควรย้ายไก่เข้าร่ม เพิ่มอากาศถ่ายเท และจัดน้ำสะอาดทันที หากเดินเซ หมดสติ หรือหายใจรุนแรง ต้องติดต่อสัตวแพทย์
ถาม: ควรให้น้ำไก่ชนหน้าร้อนอย่างไร?
ตอบ: ควรให้น้ำสะอาดตลอดวันในภาชนะอย่างน้อยสองจุดและวางในบริเวณร่ม น้ำที่เหมาะสมควรมีอุณหภูมิประมาณ 20–25 องศาเซลเซียส ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำแข็ง เพราะน้ำแข็งละลายเร็วและอาจทำให้น้ำปนเปื้อน ภาชนะควรล้างทุกวันและตรวจซ้ำช่วงบ่าย หากไก่ดื่มน้ำมากกว่าเดิมอย่างชัดเจนร่วมกับมูลเหลว ควรลดกิจกรรมและเฝ้าดูอาการ
ถาม: พัดลมกับหัวพ่นหมอก แบบไหนดีกว่าสำหรับไก่ชน?
ตอบ: พัดลมเหมาะเป็นพื้นฐานมากกว่า เพราะช่วยเคลื่อนอากาศโดยไม่เพิ่มความชื้น ส่วนหัวพ่นหมอกเหมาะกับคอกที่เปิดและมีลมผ่านดีเท่านั้น พัดลมควรติดตั้งให้ดึงอากาศร้อนออกหรือสร้างลมหมุนเวียน ไม่ควรเป่าจ่อไก่ตลอดเวลา หัวพ่นหมอกในคอกอับอาจทำให้พื้นแฉะ เชื้อโรคเพิ่ม และไก่ระบายความร้อนได้แย่ลง จึงต้องตรวจความชื้นและสภาพพื้นควบคู่กัน
ถาม: ทำไมไก่ชนยังหอบแม้อยู่ใต้ร่ม?
ตอบ: ไก่อาจยังหอบเพราะความร้อนสะสมใต้หลังคา อากาศไม่หมุนเวียน ขาดน้ำ หรือเพิ่งผ่านการฝึกหนัก แม้อยู่ในร่ม หากหลังคาสังกะสีรับแดดและช่องลมถูกปิด อุณหภูมิระดับตัวไก่อาจยังสูงมาก ควรวัดอุณหภูมิใกล้พื้นคอก ตรวจพัดลม และย้ายภาชนะน้ำให้ห่างจากแดด หากอาการไม่ลดลงภายในเวลาไม่นานหรือมีเดินเซ ควรขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์
ถาม: ควรฝึกไก่ชนช่วงเวลาใดในหน้าร้อน?
ตอบ: ควรฝึกช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นหลังแดดอ่อน และหลีกเลี่ยงช่วง 11.00–16.00 น. ซึ่งมักเป็นช่วงอากาศร้อนที่สุด การฝึกควรลดระยะเวลาและความหนักเมื่อไก่หอบมากกว่าปกติ หลังฝึกต้องให้อยู่ในที่ร่ม มีน้ำสะอาด และพักจนการหายใจกลับใกล้ปกติ อย่าฝืนตามตารางเดิมเพียงเพราะกลัวเสียความฟิต เพราะการฟื้นตัวไม่ทันทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงเจ็บป่วย
ถาม: ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไรในการจัดคอกคลายร้อน?
ตอบ: ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับขนาดคอกและอุปกรณ์ที่มีอยู่ แต่การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใช้งบสูง ให้จัดน้ำสะอาด เพิ่มร่มเงา และเปิดช่องลมก่อน จากนั้นจึงพิจารณาพัดลม เครื่องวัดอุณหภูมิ หรือหลังคาสองชั้นตามปัญหาจริง ค่าอุปกรณ์ไม่ควรสำคัญกว่าการบำรุงรักษา เพราะพัดลมที่เสีย น้ำสกปรก หรือผ้าใบที่ปิดลมย่อมไม่ช่วยอะไร ตรวจอุปกรณ์ทุกเช้าและเตรียมแผนสำรองเสมอ
ถาม: อาหารเสริมช่วยป้องกันไก่ชนเครียดจากความร้อนได้หรือไม่?
ตอบ: อาหารเสริมอาจช่วยเฉพาะกรณีที่ใช้ถูกชนิดและขนาด แต่ไม่สามารถทดแทนน้ำ ร่มเงา และการพักผ่อนได้ ไก่ที่ร้อนจัดยังคงเสี่ยงแม้ได้รับวิตามินราคาแพง หากให้อาหารเสริมเข้มข้นหรือเปลี่ยนสูตรกะทันหัน อาจทำให้กินอาหารลดลงหรือเกิดปัญหาการย่อย ควรใช้อาหารตามวัยและกิจกรรม อ่านฉลากให้ครบ และปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมใด ๆ โดยเฉพาะไก่ที่มีอาการป่วย
ขอบคุณที่อ่านรายงานพิเศษนี้
สนามไก่ชน · The Digital Broadsheet · Issue No. 001